New Honda City 2026 ปรับโฉมใหม่ เพิ่มออปชันไฮบริด เริ่มต้น 569,000 บาท
เจาะลึกการเปิดตัว New Honda City 2026 ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใหม่ พร้อมขยายไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV V ประหยัดน้ำมัน 27.8 กม./ลิตร และระบบความปลอดภัย Honda SENSING ครบทุกรุ่นย่อย

KIMX AI Quick Brief
อ่านสรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้แบบกระชับ 3 ประเด็นอย่างรวดเร็วด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์
Honda เปิดตัว Honda City ใหม่ ปี 2026 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมการปรับรายละเอียดครั้งสำคัญทั้งดีไซน์ภายนอก อุปกรณ์ภายใน และทางเลือกรุ่นย่อย เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้รถซิตี้คาร์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น
การกลับมาครั้งนี้ Honda City ยังคงมีให้เลือก 2 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ รุ่นซีดาน 4 ประตู และ City Hatchback 5 ประตู โดยทั้งสองรุ่นได้รับการปรับโฉมไปในทิศทางเดียวกัน เน้นภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียม เพิ่มอุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ และขยายทางเลือกของขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ให้เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม

จุดเปลี่ยนสำคัญในไลน์อัปไฮบริด
จุดที่น่าสนใจคือการเพิ่มรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ e:HEV V เข้ามาในไลน์อัป ทำให้คนที่ต้องการรถประหยัดน้ำมันและขับขี่ด้วยระบบไฮบริดของ Honda สามารถเริ่มต้นได้ในราคาที่ต่ำลงกว่ารุ่นไฮบริดเดิม
Honda City ใหม่ มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อยในแต่ละรูปแบบตัวถัง ประกอบด้วยรุ่น S, e:HEV V, e:HEV SV และ e:HEV RS
สำหรับ Honda City รุ่นซีดาน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 569,000 บาท ในรุ่น S ขณะที่รุ่น e:HEV V เปิดราคาที่ 619,000 บาท รุ่น e:HEV SV ราคา 689,000 บาท และรุ่นท็อป e:HEV RS ราคา 739,000 บาท
ส่วน Honda City Hatchback เริ่มต้นที่ 579,000 บาท ในรุ่น S ตามด้วย e:HEV V ราคา 629,000 บาท รุ่น e:HEV SV ราคา 699,000 บาท และรุ่น e:HEV RS ราคา 749,000 บาท
มีให้เลือกทั้ง VTEC TURBO และฟูลไฮบริด e:HEV

Honda City ใหม่ ยังคงมีทางเลือกขุมพลังหลัก 2 รูปแบบ เพื่อรองรับผู้ใช้ที่มีลักษณะการขับขี่ต่างกัน
รุ่น S ใช้เครื่องยนต์ VTEC TURBO ที่ให้บุคลิกการขับขี่กระฉับกระเฉง เหมาะกับคนที่ต้องการรถยนต์ขนาดกะทัดรัดสำหรับใช้งานในเมือง แต่ยังต้องการอัตราเร่งที่พร้อมสำหรับการเดินทาง خارجเมืองหรือการเร่งแซง
ส่วนรุ่น e:HEV V, e:HEV SV และ e:HEV RS ใช้ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว จุดเด่นคือการขับขี่ที่ตอบสนองทันใจตั้งแต่ออกตัว พร้อมความประหยัดน้ำมันที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ระบบฟูลไฮบริด e:HEV ของ Honda City ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งการขับในเมืองที่มีการหยุดและออกตัวบ่อย รวมถึงการขับทางไกลที่ต้องการความต่อเนื่องของกำลัง โดย Honda ระบุว่าให้แรงบิดจากมอเตอร์สูงสุด 253 นิวตันเมตร และมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐานการทดสอบที่บริษัทกำหนด
ปรับหน้าตาใหม่ ให้ลุคสปอร์ตและทันสมัยขึ้น

Honda City ใหม่ ได้รับการปรับดีไซน์ภายนอกหลายจุด เพื่อให้รถดูมีความสปอร์ตและพรีเมียมขึ้นกว่าเดิม ด้านหน้าใช้กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ เพิ่มความคมเข้มให้กับตัวรถ ขณะที่ไฟหน้า LED ถูกติดตั้งมาในทุกรุ่นย่อย และมีไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ที่พาดยาวเต็มความกว้างด้านหน้า ช่วยให้ภาพลักษณ์ของรถดูทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน
ด้านท้ายมีการปรับไฟท้ายเป็นแบบ LED Clear Lens หรือไฟท้ายเลนส์ใส เพิ่มความโดดเด่นเมื่อมองจากด้านหลัง และยังช่วยให้ภาพรวมของรถดูสะอาดตาและมีความสปอร์ตมากกว่าเดิม ล้ออัลลอยได้รับการออกแบบใหม่ในหลายรุ่นย่อย โดยรุ่น e:HEV RS และ e:HEV SV ใช้ล้อขนาด 16 นิ้วแบบทูโทนดีไซน์สปอร์ต ช่วยเสริมบุคลิกของรถให้ดูพรีเมียมขึ้นเมื่อมองจากด้านข้าง
Honda City e:HEV RS รุ่นท็อปสำหรับสายสปอร์ต

Honda City e:HEV RS เป็นรุ่นที่เน้นความสปอร์ตและอุปกรณ์ที่ครบที่สุดของไลน์อัป โดยได้รับการตกแต่งภายนอกในสไตล์ RS รอบคัน ชุดตกแต่งด้านหน้าและด้านหลังถูกออกแบบให้มีบุคลิกที่เข้มขึ้น พร้อมกระจังหน้าสีดำเงา กันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์ท้ายที่ช่วยเพิ่มความแตกต่างจากรุ่นปกติ
รุ่น e:HEV RS ยังมาพร้อมรายละเอียดใหม่ เช่น ไฟหน้า Connecting Light แบบ LED, ไฟท้าย LED เลนส์ใส, คิ้วฝากระโปรงท้ายสีดำ และมือจับประตูภายนอกสีดำ ซึ่งทำให้ตัวรถมีภาพลักษณ์ที่ดุดันขึ้น ภายในห้องโดยสาร of รุ่น RS เน้นโทนสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุหนังแท้และหนังสังเคราะห์ พร้อมด้ายสีแดงเพื่อเพิ่มอารมณ์สปอร์ต แผงคอนโซลหน้าได้รับการปรับลวดลายใหม่ ใช้โทนสีดำเงาร่วมกับสีเทา ช่วยให้บรรยากาศภายในดูมีมิติและทันสมัยขึ้น
อุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นท็อป ได้แก่ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารสีแดง, อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย, กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ และหน้าจอ Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย นอกจากนี้ยังมีระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง หรือ Multi-View Camera System ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการจอดรถหรือขับผ่านพื้นที่แคบ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องเจอกับสภาพการจราจรในเมืองเป็นประจำ
e:HEV SV รุ่นกลางที่อุปกรณ์ครบขึ้นมาก

Honda City e:HEV SV ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรุ่นที่เน้นความคุ้มค่า สำหรับผู้ที่ต้องการระบบไฮบริดและอุปกรณ์สำคัญหลายรายการ แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกชุดตกแต่งแบบ RS ภายนอกของรุ่น e:HEV SV ได้รับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ พร้อมไฟหน้า LED และไฟหน้า Connecting Light แบบ LED เช่นเดียวกับรุ่นสูงกว่า รุ่นนี้ยังได้ไฟท้าย LED แบบใส และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วแบบทูโทนดีไซน์ใหม่ ช่วยให้รถดูพรีเมียมขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มไปถึงรุ่นท็อป
ภายในเน้นโทนสีดำเป็นหลัก แต่สำหรับ Honda City รุ่นซีดาน e:HEV SV มีทางเลือกห้องโดยสารสีเทา Platinum สำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศภายในที่สว่างและดูเรียบหรูขึ้น ห้องโดยสารสีเทา Platinum สามารถเลือกจับคู่กับตัวถังสีเทา Meteoroid Gray Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl ตามเงื่อนไขของรุ่นที่กำหนด ด้านฟังก์ชัน รุ่น e:HEV SV มาพร้อมหน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง และไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร จุดนี้ทำให้ e:HEV SV กลายเป็นรุ่นที่เหมาะกับคนที่ต้องการฟีเจอร์ใช้งานจริงในระดับสูง แต่ต้องการควบคุมงบประมาณให้ไม่สูงเท่ารุ่น e:HEV RS
e:HEV V ทางเลือกใหม่ของคนอยากเริ่มใช้ไฮบริด

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของ Honda City ใหม่ คือการเพิ่มรุ่น e:HEV V เข้ามาเป็นรุ่นเริ่มต้นของขุมพลังไฮบริด ก่อนหน้านี้ ผู้ที่ต้องการ Honda City e:HEV อาจต้องเริ่มต้นจากรุ่นราคาสูงกว่านี้ แต่การเพิ่ม e:HEV V ทำให้ลูกค้าเข้าถึงระบบฟูลไฮบริดของ Honda ได้ง่ายขึ้น รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมัน การขับขี่ที่นุ่มนวล และการใช้งานรถเป็นประจำในเมือง แต่ยังต้องการอุปกรณ์พื้นฐานที่เพียงพอกับชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นของไฮบริด แต่ยังคงได้พื้นฐานด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีสำคัญของ Honda City ใหม่ ทำให้เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังเปรียบเทียบรถไฮบริดในกลุ่มซิตี้คาร์
ระบบความปลอดภัย Honda SENSING มีในทุกรุ่นย่อย

Honda City ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยฟังก์ชันสำคัญหลายรายการ เช่น ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ, ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน รวมถึงระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ช่วยให้ผู้ขี่ไม่พลาดจังหวะออกตัวในสภาพการจราจรติดขัด
Honda City ใหม่ ยังมาพร้อมระบบ Honda LaneWatch สำหรับแสดงภาพมุมอับด้านซ้ายขณะเปลี่ยนเลน, ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake, ระบบ Auto Brake Hold, ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขี่เดินห่างจากตัวรถ
หน้าจอใหม่ 10 นิ้ว เชื่อมต่อไร้สาย

ในด้านเทคโนโลยีภายในรถ Honda City ใหม่ ได้รับการยกระดับเรื่องระบบเชื่อมต่อให้ทันกับรูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่ในปัจจุบัน หน้าจอระบบเครื่องเสียง Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเพื่อใช้งานแผนที่ โทรศัพท์ เพลง และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นข้อมูลสำคัญของรถได้อย่างชัดเจน ในรุ่นที่มีอุปกรณ์ครบขึ้น ยังเพิ่ม Wireless Charger สำหรับชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดแสงสะท้อนจากรถคันหลังในเวลากลางคืน
มีให้เลือก 7 สี พร้อมสีใหม่สำหรับรุ่น RS
Honda City ใหม่ มีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 7 สี โดยมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาเพื่อเน้นความสดใหม่และบุคลิกของรถให้แตกต่างจากรุ่นเดิม สีใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ สีแดง Blazing Red Pearl และสีเทา Urban Gray Pearl ซึ่งมีให้เลือกเฉพาะในรุ่น e:HEV RS สำหรับ Honda City Hatchback รุ่น e:HEV RS สี Urban Gray Pearl จะมาพร้อมหลังคาสีดำแบบทูโทน ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและทำให้ตัวรถดูแตกต่างจากรุ่นซีดานมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีสีขาว Platinum White Pearl, สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Blue Metallic, สีเทา Meteoroid Gray Metallic, สีดำ Crystal Black Pearl และสีขาว Taffeta White โดยรายละเอียดของสีและรุ่นย่อยอาจแตกต่างกันตามที่ Honda กำหนด
ตารางสรุปราคาจำหน่าย Honda City ใหม่ ปี 2026

Performance Benchmark
สำหรับรุ่นฟูลไฮบริด e:HEV Honda ระบุการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขของบริษัท โดยรวมแล้ว Honda City ใหม่ ปี 2026 เป็นการปรับโฉมที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเพิ่มความครบเครื่องในหลายด้าน ทั้งทางเลือกขุมพลังไฮบริดรุ่นเริ่มต้น ระบบความปลอดภัย Honda SENSING ที่มีในทุกรุ่น อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในรถ และฟีเจอร์ใหม่ที่เคยพบในรถระดับสูงกว่า สำหรับคนที่กำลังมองหาซิตี้คาร์คันใหม่ Honda City ยังคงเป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะผู้ที่อยากได้รถไฮบริดใช้งานง่าย ประหยัดน้ำมัน และมีทางเลือกระหว่างตัวถังซีดานหรือแฮทช์แบ็กตามรูปแบบการใช้งานของตัวเอง
ที่มาข้อมูลอย่างเป็นทางการ: Honda Thailand
Official Release [1]
อยากให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณมีบทความ SEO แบบนี้ทุกสัปดาห์?
ปรึกษา KIMX Web ได้เลย! เราให้บริการรับทำเว็บไซต์บริษัท ออกแบบระบบธุรกิจ และมีบริการผลิตเนื้อหา SEO ช่วยสร้างยอดขาย ดึงดูดลูกค้าคุณภาพมาสู่หน้าร้านออนไลน์ของคุณแบบยั่งยืน
บทความที่เกี่ยวข้อง
บริการและผลงานที่เกี่ยวข้อง
ผลงานเว็บไซต์ขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ N&M18 Transport
ตัวอย่างเว็บขนส่งมอเตอร์ไซค์และบิ๊กไบค์เฉพาะทาง รองรับมือถือ 100% พร้อมระบบสมัครงานขับรถออนไลน์ด่วน
ผลงานเว็บไซต์ระบบจองคิวรถขนส่ง MJ-TH Express
เจาะลึกกรณีศึกษาการพัฒนาเว็บจองคิวรถขนส่งออนไลน์ ความเร็วระดับ A+ พร้อมวางโครงสร้าง SEO คีย์เวิร์ดรถรับจ้าง
ผลงานเว็บไซต์ WMS Transport บริการตู้คอนเทนเนอร์
ตัวอย่างการออกแบบเว็บดีไซน์ High-Contrast พรีเมียม พร้อมระบบจัดการอัปโหลดผลงานหลังบ้าน (CMS) ผ่านคลาวด์

